อบรมความปลอดภัยในการทำงานเพื่อทำงานได้โดยไม่เกิดอุบัติเหตุ

อบรมความปลอดภัยในการทำงานสามารถป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานได้

การที่เราจะสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยนั้นนายจ้างจะต้องทำการจัดฝึกอบรมความปลอดภัยให้กับพนักงานของตนเองให้มีความรู้ความเข้าใจถึงขั้นตอนการทำงานที่ถูกต้องรวมไปถึงวิธีการใช้อุปกรณ์ PPE ชนิดต่างๆและเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสม ปัจจุบันนั้นพบว่ามีการเกิดอุบัติเหตุมากขึ้นในการทำงานโดยสามารถแยกได้ดังนี้

  • จากความประมาทเลินเล่อ 37 คน
  • ขาดความชำนาญในการทำงาน 34 คน
  • จากความผิดปรกติของเครื่องจักรเอง 21 คน
  • จากร่างกายอ่อนเพลียมาก 3 คน
  • จากความเร่งรีบในการทำงาน 3 คน
  • จากแสงสว่างไม่เพียงพอ 1 คน
  • จากการแต่งกายไม่ถูกต้อง 1 คน

จากข้อมูลนี้ได้วิเคราะห์และสรุปว่า

  • ผู้ชายมีความประมาทมากกว่าผู้หญิง
  • ผู้ประมาทเลินเล่อส่วนใหญ่จบเพียงประถมปีที่ 4
  • ผู้ประมาทส่วนใหญ่มาจากโรงงานขนาดเล็ก เพราะโรงงานขนาดเล็กไม่มีระบบป้องกันอุบัติเหตุที่ดีพอ
  • คนงานในอุตสาหกรรมขนาดเล็กประสพอันตรายมากที่สุด จากการขาด การฝึกอบรมคนงาน
  • คนงานที่ทำงานมานานก็เกิดอุบัติเหตุจากเครื่องจักบกพร่องได้
  • ในจำนวน 100 คน พบว่า 22 คนเกิดจากสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี อีก 78 คน เกิดจากตัวคนงานเอง และสาเหตุส่วนใหญ่ 41 คนเกิดจากการขาดการฝึกอบรมให้ความ รู้เกี่ยวกับเครื่องจักร และการ ป้องกันอุบัติเหตุ

วัตถุประสงค์ของการฝึกอบรมความปลอดภัย

เพื่อให้พนักงานรู้ถึงวิธีการทำงานได้อย่างปลอดภัย โดยเริ่มอบรมตั้งแต่พนักงานเข้าทำงานใหม่ 6 ชั่วโมงตามกฎหมาย พนักงานจะต้องได้รับการเรียนรู้ถึงอันตราย ที่อาจ จะ เกิด รู้จักหลีกเลี่ยงเพื่อให้รู้ว่าอะไรควรทำด้วยตัวเอง ไม่ควรทำด้วยตัวเอง ต้องมุ่งเน้นให้คนงาน เกิดความ คิดอ่าน และสามัญสำนึกในการรู้จักระวังภัย หรือไม่ทำการใด ๆ เพื่อเลี่ยงอันตรายด้วยตนเอง ” ประเภทของการฝึกอบรมความปลอดภัยสำหรับพนักงานนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ตามลักษณะการสอนดังนี้

  1. ให้การศึกษาเกี่ยวกับความปลอดภัย มีเป้าหมายเพื่อให้ความรู้ทั่วไป เกี่ยวกับชีวิตการทำงาน และความปลอดภัย ทั่วไปในโรงงาน ข้อพึงระวัง สิ่งที่ควรปฏิบัติ และไม่ ควรปฏิบัติ และรับทราบกฎโรงงาน
  2. ให้การฝึกอบรมด้านความปลอดภัยเพื่อฝึกหัดให้คนงานรู้จักวิธีการทำงานที่ถูกต้องมีความปลอดภัยรู้จัก หลีกเลี่ยง จุดอันตรายในการทำงาน

ขั้นตอนการฝึกอบรมความปลอดภัย

วิเคราะห์คนงานที่จะรับการอบรม เพื่อทราบ ประวัติการศึกษา และการทำงาน ระดับความสามารถ ใน การ เรียนรู้ ความสามารถพิเศษ ความบกพร่องหรือปมด้อยเฉพาะตัว เตรียมหลักสูตรเพื่อจัดเนื้อหา การสอนให้เหมาะสม กับ คน งาน และกำหนดเวลา เตรียมอุปกรณ์การสอนตามความเหมาะสม เตรียมบุคลากร และรายละเอียดปลีกย่อย ประกอบ การฝึกอบรม จัดเตรียมวิธีการ และข้อทดสอบประเมินผลการอบรม

หัวข้อการฝึกอบรมความปลอดภัย

1. การแนะนำเกี่ยวกับการทำงานและความปลอดภัย
2. สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและที่เป็นอันตราย ในการทำงานประกอบด้วย

  • สภาพผังโรงงานที่เหมาะสม
  • แสงสว่าง
  • เสียงและอันตรายจากเสียง
  • อุณหภูมิความร้อนและความเย็น
  • อากาศและการระบายอากาศที่เหมาะสม

3.การป้องกันอันตรายส่วนบุคคล

  • การเตรียมร่างกายที่ถูกต้อง เช่น ทรงผม เล็บมือ การสวมสร้อย แหวนถุงมือ
  • การแต่งกายและชุดทำงานที่ปลอดภัย
  • การใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตราย

4. การป้องกันอันตรายเฉพาะด้าน อันตรายจากสภาพต่าง ๆ 

  • อันตรายจากสารเคมี
  • อันตรายจากไฟฟ้า
  • อันตรายจากภาชนะมีความดันสูง
  • อันตรายจากงานเชื่อม
  • อันตรายจากเชื้อเพลิงและวัตถุระเบิด
  • อื่น ๆ

5. การป้องกันและการดับเพลิง

  • ปัจจัยของการเกิดเพลิงไหม้
  • ประเภทของเชื้อเพลิง ไหม้
  • ชนิดของสารดับเพลิง
  • รู้จักวิธีใช้อุปกรณ์ดับเพลิง
  • รู้จักวิธีหนีจากอันตราย

6. การปฐมพยาบาลเบื้องต้น 

  • ไฟลวก
  • มีบาดแผล โลหิตไหลออกมา
  • กระดูกหัก
  • สลบ หมดสติ
  • กรด หรือ ด่างถูกผิวหนัง

วิธีการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานที่ดีควรจะมีการเตรียมหลักสูตรการฝึกอบรม และอุปกรณ์การฝึกอบรมที่สมบูรณ์ และมี ประสิทธิภาพ วิธีการฝึกอบรมอาจทำได้ในลักษณะดังนี้

  • เข้าห้องอบรม มีผู้บรรยาย พร้อมด้วยอุปกรณ์ การฝึกอบรม เช่น ไสลด์ หุ่นจำลอง ภาพวาด เป็นการ อบรมขั้นพื้นฐาน
  • เข้าห้องทดลอง มีอุปกรณ์การสอนต่าง ๆ มีชิ้นงานจริงจัดไว้ให้ทดลองและปฏิบัติในหัวข้อที่ทำได้
  • ออกฝึกในสนาม ส่งคนงานไปยังจุดทำงาน โดยมีพี่เลี้ยง หรือ ผู้ดูแลควบคุมไกล้ชิด
  • การอบรมแบบสมนา เข้าห้องสมนาโดยยกเอาประเด็นต่าง ๆ ในลักษณะกรณีการวิเคราะห์ โดยมีภาพยนต์ไสลด์ หรือวัสดุอื่นใด ที่เหมาะสมกับการฝึกหัวหน้าคนงานที่ได้ทำงานมาแล้ว

ข้อควรคำนึงถึงสำหรับการฝึกอบรมเพื่อความปลอดภัย

1. สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในการฝึกอบรมสอนงาน
1. ผู้ควบคุมงานควรหลีกเลี่ยง การตั้งสมมติฐาน ( คิดเอง ) ดังนี้
2.  คนงานเข้าใจโดยละเอียดในสิ่งที่เขาอธิบายแล้ว
3.  คนงานตั้งใจฟังการอธิบายโดยตลอด
4.  คนงานสามารถเรียนรู้ และ จดจำตลอดไปได้
5. เขา ( ผู้สอน ) ได้อธิบายครอบคลุมทุกเรื่องแล้ว
2. การจัดการฝึกอบรม การจัดการฝึกอบรม ควรมีลักษณะสำคัญดังนี้
1. เตรียมข้อมูล หรือสิ่งจำเป็น ไว้ให้ครบถ้วน ควรเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อการตรวจสอบได้ว่า ถ่ายทอดได้สมบูรณ์
2. ต้องตั้งวัตถุประสงค์ ของการฝึกอบรมให้ชัดเจน
3. ต้องคำนึงถึงพื้นฐานความรู้ของคนงาน
4. จะต้องใช้ภาษา และถ้อยคำ ที่เหมาะสมกับคนงาน
5. เตรียมการอธิบายเป็นขั้นตอนลำดับมีการสาธิตและยกตัวอย่างประกอบ
6. ต้องสอบถามความเข้าใจเป็นช่วง ๆ ตลอดเวลาการฝึกอบรม
7. จัดเตรียมแบบฝึกหัดเพื่อความเข้าใจของคนงาน
8. ต้องเปิดโอกาสให้คนงานได้ชักถาม และเสนอความคิดเห็น

อุปกรณ์การสอนในการฝึกอบรม
สามารถจำแนกได้ดังนี้

  • ภาพยนตร์ เหมาะกับการอบรมพร้อมกันหลาย ๆคนให้มีความรู้พื้นฐานและเพิ่มพูนประสบ การณ์แก่คน งาน ได้ดี ช่วยให้คนงานจดจำรายละเอียดได้มากเท่าที่ควร
  • สไลด์ หรือ ภาพนิ่งต่าง ๆ เหมาะกับการสาธิตประกอบคำบรรยาย ในคนงานขนาดย่อมลงมาก กว่าภาพยนตร์ ให้รายละเอียดได้มากกว่า แต่การเสนอเนื้อหาเป็นไปได้ช้า และอาจไม่ค่อยจูงใจ เท่าที่ควร
  • เทปโทรทัศน์ เป็นเทป บันทึกภาพ วิ่งในปัจจุบันนิยมใช้ฉายประกอบคำบรรยาย มีข้อดีสามารถ หยุดภาพไว้ได้
  • แผ่นภาพ เป็นภาพประกอบ ที่เหมาะสม กับการบรรยาย แก่คนกลุ่มย่อย ให้รายละเอียด ได้ดีพอสมควร
  • หุ่นจำลอง ทำขึ้นเลียนแบบของจริง มีขนาดเท่าของจริง จุดประสงค์ใช้ในการแสดงรูปร่าง การสาธิต มีความกระจ่างชัดในการบรรยายกว่าของจริง
  • ชิ้นงานจริง เป็นชิ้นส่วนที่ถอดออกมาจริง ๆ ใช้งานได้จริง ใช้กับคนงานที่ผ่านการฝึกอบรม มามากพอสมควร

หากท่านใดสนใจที่จะอบรมความปลอดภัยในการทำงานเราขอนำเสนอศูนย์ฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงาน เซฟสิริ มีหลักสูตรการสอนที่ได้มาตรฐานสากลและได้รับการรับรองมาตรฐานการบริหารจัดการ ISO 9001 อีกทั้งยังได้รับอนุญาตศูนย์ฝึกอบรมความปลอดภัยอย่างเป็นทางการจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีทั้งหลักสูตรแบบอินเฮ้าส์ และ อบบออนไลน์ ยกตัวอย่างเช่น หลักสูตรอบรม จป หัวหน้างาน อบรม จป บริหาร หรือ หลักสูตร อบรม คปอ เป็นต้น